กลอย

กลอย “จากป่าละเมาะท้ายสวน”

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ กลอย

ตอนเด็กๆจำได้ว่ามีต้นกลอยขึ้นอยู่บริเวณป่าละเมาะท้ายส่วนที่บ้านและตัวดิฉันชอบกินข้าวเหนียวกลอยฝีมือแม่ส่วนกรรมวิธีและขั้นตอนการนำกลอยมาทำขนมนี้ดิฉันไม่ทราบเลยซึ่งอาจเพราะยังเด็กเกินไปจนลืมสังเกตไปว่าแม่มีกรรมวิธีทำข้าวเหนียวกลอยอย่างไรเพราะกลอยเป็นสมุนไพรรสเมาเบื่อย่อมมีสารพิษแน่นอนซึ่งดิฉันเพิ่งมาทราบตอนโตว่าเพิ่งจะถามจากแม่ค่ะต้องเอากลอยแช่น้ำปล่อยให้น้ำไหลผ่านให้สารพิษออกไปเป็นเวลานานกว่าจะใช้ได้นับว่าเป็นภูมิปัญญาชาวบ้านที่สุดยอดจริงๆค่ะ

เป็นอาหาร:นิยมทำข้าวเหนียวกลอย บวดกลอยโดยการนำหัวกลอยมาปอกเปลือกแล้วฝานเป็นชิ้นบางๆใช้ที่ฝานกล้วยที่จะทำกล้วยฉาบแทนได้แล้วนำกลอยที่หั่นแล้วใส่กะละมังแช่น้ำไว้ 1 คืนแล้วนำไปใส่ตะข้องที่ใช้ใส่ปลานำผูกกับไม้สักหรือตอไม้ในแม่น้ำลำคลองหรือลำห้วยให้น้ำไหลผ่านกลายเป็นเวลา 3 วันจึงนำมาแช่น้ำอีก 1 คืนแล้วบีบน้ำออกปั้นเป็นก้อนๆบางครั้งจะเห็นวางขายในตลาดแบบปั้นเป็นก้อนๆตามรูปเมื่อจะทำข้าวเหนียวกลอยก็แช่ข้าวเหนียว 1 คืนเสร็จแล้วนำมาผสมคลุกเคล้ากับกลอยที่ผ่านกรรมวิธีดังที่กล่าวมาแล้วจากนั้นนำไปนึ่งให้สุกแต่มีบางคนบอกหรือฉันว่าให้แยกนึ่งระหว่างกลอยและข้าวเหนียวเพราะกลอยจะสุกก่อนและถ้ารอให้สุกพร้อมข้าวเหนียวกลอยก็จะเละเกินไปในขณะเดียวกันก็เตรียมน้ำกะทิสำหรับมูลข้าวเหนียวตามปกติเมื่อข้าวเหนียวสุกก็มูลได้เลยแถมยังมีข้าวเหนียวกลอยโดยมีมะพร้าวทึนทึกขูดคลุกกับน้ำตาลทรายเกลือเล็กน้อยและงาดำหรืองาขาวก็ได้แต่ต้องคั่วให้หอมคลุกกันเป็นหน้าขข้าวเหนียวกลอยเมื่อจะขายก็ห่อด้วยใบตองแบบข้าวเหนียวหน้าสังขยาหรือหน้ากุ้งทั่วไปเป็นอาหารสูตรโบราณจริงๆค่ะส่วนการทำขนมบวดกลอยนั้นวิธีทำแบบเดียวกับบวดฟักทองหรือบวชมันเทศนอกจากนี้ยังมีกลอยทอดแบบกล้วยแขกโดยหั่นเป็นชิ้นบางๆทอดแล้วเคลือบน้ำตาลและข้าวเกรีอบกลอยสำหรับคุณค่าทางโภชนาการกลอยจะมีแป้งมากถึงขนาดใช้แทนข้าวได้จึงมีเรื่องเล่าต่อๆมาว่าเมื่อสมัยสงครามโลกผู้คนต้องหนีเข้าไปแอบซ่อนตัวในป่าไม่มีข้าวกินจึงขุดหัวกลอยมากินแทนข้าว

เป็นยา:หัวกลอยลำต้นใต้ดินมีสรรพคุณคือแป้งกลอยใช้ใส่แผลฝีหนองกัดเสมหะแก้อาการแข็งในท้องเป็นลำหัวกลอยมีสารพิษชื่อ Discorine ซึ่งทำให้เกิดอาการมึนเมาเพราะมีพิษต่อระบบประสาทและจะมีอาการใจสั่นวิงเวียนคันในคออาเจียนตาพร่ามัวเหงื่อออกท่วมตัวควรพบแพทย์โดยเร็ว