อุจิวะ อิทาจิ

อุจิวะ อิทาจิ

อุจิวะ อิทาจิ

         อุจิวะ อิทาจิ เป็นพี่ชายแท้ๆของ อุจิวะ ซาซึเกะ ฉายา อิทาจิผู้ฆ่าล้างตระกูล เป็นอดีตหน่วยลับของโคโนฮะ ถูกตามล่า

        เนื่องจากถูกกล่าวหาว่า ฆ่าล้างตระกูลของตนเอง โดยปล่อยให้ ซาซีเกะรอดเพื่อเหตุผลคือ เพื่อให้ซาสึเกะแข็งแกร่งและเก่งขึ้น แพ้ให้กับซาสึเกะในการต่อสู้ ถูกชุบชีวิตด้วยคาถาสัมพเวสีคืนชีพของคาบูโตะในช่วงสงครามนินจาครั้งที่ 4 แต่เป็นคนเดียวที่คุมตัวเองได้

และเป็นคนที่คลายคาถาสัมพเวสีคืนชีพด้วยการสะกดคาบูโตะไว้ อุจิวะ อิทาจิ เป็นนินจาถอนตัวแห่งโคโนฮะ

        เป็นพี่ชายของซาสึเกะ ซึ่งเป็นผู้ปิดม่านประวัติศาสตร์ของตระกูลอุจิวะ สิ้นชีวิตด้วยฝีมือซาสึเกะ แต่ก่อนตายได้มอบพลังเนตรของตนให้กับซาสึเกะ และมาเฉลยตอนหลังว่าทุกสิ่งที่เขาทำไปทั้งหมด เป็นภารกิจลับสุดยอด เพื่อคุ้มครองหมู่บ้าน

        ในระหว่างเวลานี้อิทาจิได้อยู่ภายใต้การปกครองของ อุจิวะ มาดาระ นินจาผู้ที่เป็นตำนานของตระกูล อุจิวะ มาดาระและน้องชายของเขาเป็นนินจา2คนแรกที่สามารถเบิกเนตรกระจกเงาหมื่นบุปผาได้ อิทาจิได้รู้ถึงวิธีการที่จะได้มาของเนตรวงแหวนกระจกเงาหมื่นบุปผา

        ซึ่งการที่จะได้มานั้นจะต้องผ่านความสะเทือนใจอย่างหนัก เช่น เห็นญาติพี่น้องหรือเพื่อนรักตาย แต่เนื่องจากการใช้เนตรวงแหวนกระจกเงาหมื่นบุปผามากๆจะนำไปสู่การสูญเสียความสามารถในการมองเห็น

เพื่อที่จะหลีกเลี่ยงผลนั้นผู้ใช้เนตรวงแหวนกระจกเงาหมื่นบุปผาจำต้องฆ่าพี่น้องของตนและนำเอาตาของพี่น้องมาเป็นของตนเพื่อที่จะได้เป็น เนตรวงแหวนกระจกเงาหมื่นบุปผานิรันดร์ที่ไม่มีวันสูญเสียการมองเห็นอีก สายตาของอิทาจิที่มีต่อตระกูลนั้นเริ่มเปลี่ยนไป

อุจิวะ อิทาจิฆ่าล้างตระกูลของตนเอง โดยปล่อยให้ ซาซีเกะรอดเพื่อเหตุผลคือ เพื่อให้ซาสึเกะแข็งแกร่งและเก่งขึ้น

  โรจิมารุถูกสะกดด้วยอ่านจันทราของอิทาจิและโดนตัดแขน

หลายปีผ่านไป อิทาจิได้หวนกลับไปที่โคโนฮะพร้อมคู่หูของเขาคิซาเมะ กลุ่มแสงอุษาต้องการจิ้งจอกเก้าหางในตัวของนารูโตะ ซึ่ง เขาทั้งสอง ได้ปะทะกับนินจาหมู่บ้านโคโนฮะ ประกอบด้วย คาคาชิ อาซึม่า

คุเรไน อิทาจิได้ใช้ อ่านจันทรา โจมตี คาคาชิ อ่าน จันทรา เป็น 1 ใน 3 พลังของเนตรวงแหวนกระจกเงาหมื่นบุปผา ซึ่งเป็นคาถาลวงตาที่ทรงพลังที่สุดของเนตรวงแหวนกระจกเงาหมื่นบุปผา  ความสามารถนี้จะส่งเหยื่อเข้าไปในโลกของผู้ใช้เนตรวงแหวนกระจกเงาหมื่นบุปผา  และทำให้เหยื่อตกลงไปอยู่ในการควบคุมของผู้ใช้  เหยื่อจะตกลงอยู่ในห้วงทรมานดุจตกนรกนานหลายวันทั้งที่ความจริงแล้วผ่านไปไม่กี่วินาที เมื่อกำลังเสริมของโคโนะฮะได้มาถึง อิทาจิและคิซาเมะได้ล่าถอยไป  หลังจากนั้นไม่นานซาสึเกะรู้ว่าอิทาจิกลับมาที่หมู่บ้านเพื่อตามหานารูโตะ  เพื่อแก้แค้นอิทาจิ ซาสึเกะจึงได้ออกตามหานารูโตะ

       คาคาชิโดนคาถาลวงตาของอิทาจิและแล้วอิทาจิและคิซาเมะก็ได้เจอเป้าหมายของพวกเขาแล้ว เมื่อนารูโตะและจิไรยะหยุดเพื่อที่จะพักผ่อนในโรงแรมแห่งหนึ่ง อิทาจิได้พบกับนารูโตะ

 อิทาจิตามนารุโตะมาถึงห้องพัก ซาสึเกะตามหาอิทาจิจนเจอก่อนที่เขาจะจัดการกับนารูโตะนั้น ซาสึเกะได้มาถึงและใช้พันปักษาตรงรี่เข้าใส่อิทาจิ  แต่อิทาจิก็รับมือได้อย่างง่ายดายและเตะน้องชายของตนเข้าไปที่กำแพงใกล้ๆ และตรึงซาสึเกะไว้ที่กำแพงนั้นพร้อมกับถามน้องชายของตนว่าทำไมถึงได้อ่อนแอนัก

อิทาจิต้องการยุให้ซาสึเกะเกลียดชังเขามากยิ่งขึ้น อิทาจิทำให้ซาสึเกะหวนระลึกถึงภาพเหตุการณ์ในวันนั้นวันที่เขาเห็นภาพพี่ชาย ตนยืนอยู่บนร่างที่ไร้วิญญาณของพ่อแม่ซ้ำแล้วซ้ำเล่าด้วยอ่านจันทรา

       อิทาจิรับพันปักษาไว้ได้อย่างง่ายดาย อิทาจิใช้อ่านจันทรา ทำให้ซาสึเกะเห็นภาพหลอนจิไรยะมาถึง อิทาจิไม่ต้องการที่จะสู้และการจับตัวนารุโตะยังไม่ใช่เรื่องเร่งด่วน ทั้งสองคนจึงได้ล่าถอยไปอีกครั้ง จิไรยะพยายามหยุดทั้งสองคนนั้น แต่อิทาจิก็ได้ใช้ เทวีสุริยา ซึ่งเป็นอีกหนึ่งพลังของเนตรวงแหวนกระจกเงาหมื่นบุปผา พลังอันนี้เป็นไฟสีดำที่ไม่มีวันดับและ เป็นการโจมตีทางกายภาพที่แข็งแกร่งสูงสุด

      จิไรยะสะกด เปลวไฟเทวีสุริยาไว้ในคัมภีร์ หลังจากนั้นไม่กี่ปีถัดมาเขาทั้งสองคนได้ช่วยกลุ่มแสงอุษาต่อเพื่อที่จะทำ ให้จุดมุ่งหมายของกลุ่มสำเร็จผล เมื่อเดอิดาระและซาโซริจับตัวกาอาระ คิซาเมะและอิทาจิอาสาที่จะช่วยถ่วงเวลานินจาที่ตามเดอิดาระและซาโซริมาตามพวกเขา อิทาจิได้โอกาสที่สู้กับคาคาชิและนารูโตะอีกครั้ง

     อิทาจิมาดักรอทีมคาคาชิที่กำลังจะไปช่วยกาอาระ อิทาจิเผยความสามารถใหม่ให้เห็นในการต่อสู้นั่นก็คือ ความสามารถที่ใช้ คาถาลวงตาโดยแค่เป้าหมายมองมาที่แหวนที่นิ้วมือของเขา นารูโตะตกไปเป็นเหยื่อของความสามารถนี้แต่ก็ได้รับการช่วยเหลือจากซากุระและย่าโจ นินจาเฒ่าจากหมู่บ้านซึนะงาคุเระ

    นารุโตะโดนคาถาลวงตาของอิทาจิทำให้เห็นภาพหลอน

ความสามารถของคาคาชิร่วมกับความสามารถของนารุโตะ นารูโตะทำให้ได้เปรียบอิทาจิ ในที่สุดนารุโตะก็โจมตีโดนอิทาจิด้วยคาถากระสุนวงจักรบอลยักษ์  ผลจากการโจมตีนี้ทำให้เผยให้เห็นว่าที่แท้แล้วร่างอิทาจิที่สู้อยู่กับพวกนารุโตะนั้น เป็นเพียงร่างสังเวยที่ใช้คาถาย้ายโฉมของเพน สู้โดยแบ่งจักระมาจากร่างจริงของอิทาจิเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

    ร่างที่ใช้เป็นร่างตัวแทนของอิทาจิ การถ่วงเวลาครั้งนี้เป็นผลสำเร็จ กลุ่มแสงอุษาสามารถดึง หางเดี่ยว ออกจากตัวกาอาระก่อนพวกนารุโตะจะมาทัน อิทาจิและสมาชิกแสงอุษาคนอื่นๆ  ก็ออกมาจากรังลับเหลือซาโซริและเดอิดาระไว้เผชิญหน้ากับพวกนารุโตะ  หลายสัปดาห์ต่อมา อิทาจิและคิซาเมะได้รับคำสั่งให้ไปจับตัวพลังสถิตร่าง 4 หาง ซึ่งสัตว์หางตัวนี้อาศัยในร่างของนินจาเฒ่า ซึ่งสามารถใช้ธาตุต่างๆโจมตีได้  ซึ่งคิซาเมะสามารถจัดการจับตัวมาได้สำเร็จ เขาทั้งสองได้นำตัวพลังสถิตร่างนี้ไปเพื่อทำการดึงสัตว์หางออก  พวกเขาตั้งใจว่าจะจัดการกับจิ้งจอกเก้าหางเป็นตัวสุดท้าย  ต่อมากลุ่มแสงอุษาก็ได้ประชุมกันและอิทาจิก็ได้รู้ว่าเดอิดาระจะฆ่าซาสึเกะในการต่อสู้

หลังจากการต่อสู้ เซ็ตสึสมาชิกอีกคนหนึ่งของกลุ่มแสงอุษาได้รายงานผลให้ สมาชิกทั้งหมดทราบว่า ซาสึเกะจะได้หายสาบสูญจากการต่อสู้กับเดอิดาระ  หายไปพร้อมๆกับการระเบิดครั้งสุดท้ายของเดอิดาระ  เซ็ตสึคาดว่าซาสึเกะได้ตายไปในการต่อสู้ซึ่งแท้จริงแล้วซาสึเกะหนีจากระเบิดไปได้ผ่านร่างของมันดะสัตว์อัญเชิญของโอโรจิมารุ เพนหัวหน้ากลุ่มแสงอุษาบอกว่าการที่ซาสึเกะตายนั้นเป็นเรื่องที่ดีแล้ว แต่อิทาจิไม่มีท่าทีใดๆเกี่ยวกับเรื่องนี้ หลังจากนั้นเป็นเวลาไม่นานนัก  เพนก็ได้ไปพบกับสมาชิกกลุ่มแสงอุษาอีกคนหนึ่ง โทบิ ซึ่งแท้จริงแล้วคือ อุจิวะ มาดาระ

ซึ่งมาดาระได้อธิบายว่าซาสึเกะนั้นยังมีชีวิตอยู่และคิดว่าเนตรวงแหวนของซาสึเกะนั้นอาจจะก้าวหน้ากว่าของอิทาจิแล้วด้วยซ้ำ กล่าวถึงอิทาจิซึ่งยังคงอยู่ที่ชนบทแห่งหนึ่งกำลังเหม่อมองดูฝนตก คิซาเมะได้ถามว่าอิทาจิกำลังซ่อนน้ำตาท่ามกลางฝนนี้ หรือ เปล่า และอิทาจิเป็นสมาชิกตระกูลอุจิวะที่เหลือรอดคนสุดท้ายคนสุดท้ายแล้วหรือไม่  อิทาจิกล่าวว่าไม่ใช่และเขาก็ไม่ได้เป็นคนที่เหลือคนสุดท้าย  ซาสึเกะและทีมของเขาที่เรียกตัวเองว่า “งู” เดินทางต่อเพื่อไล่ล่าหาตัวอิทาจิ ในที่สุดก็ได้ไปถึงฐานลับเก่าของกลุ่มแสงอุษา

นารุโตะเผชิญหน้ากับอิทาจิกลางป่าระหว่างตามหาซาสึเกะ

ภายในฐานลับของกลุ่มแสงอุษา ซาสึเกะได้พบกับพี่ชายของเขา หลังจากพูดคุยกับเล็กๆน้อยการต่อสู้ของ2พี่น้องก็เริ่มต้นขึ้น ซาสึเกะว่องไวขึ้นมากได้เปรียบอิทาจิแต่อิทาจิก็ได้กลายเป็นอีกาหนีไปอีกครั้งหนึ่ง พร้อมกับกล่าวกับน้องชายจองตนให้มาสู้กันที่รังลับของตระกูลอุจิวะ ตนจะรออยู่ที่นั่น ทีมงูจึงออกเดินทางไปยังสถานที่นั้นและ ได้เผชิญหน้าเข้ากับคิซาเมะ ซาสึเกะให้ลูกทีมที่เหลือของเขาคอยอยู่ข้างๆ เขาได้ล่วงหน้าไปต่อสู้ครั้งตัดสินระหว่างเขากับอิทาจิบนรังลับของตระกูลอุจิวะ อิทาจิได้เฝ้ามองการมาถึงของซาสึเกะพร้อมกับนั่งเก้าอี้หินหน้ารูปวาดจิ้งจอกเก้าหาง อิทาจิถามน้องชายของตนว่าเขาเห็นอะไรในเนตรวงแหวนนี้ ซาสึเกะตอบไปว่าเห็นความตายของอิทาจิ

     ทันใดนั้นอิทาจิก็ได้มายืนข้างๆ ซาสึเกะ และบอกว่าให้ซาสึเกะให้ลองเล่นภาพใหม่ดู แล้วพี่น้องทั้งสองคนก็ได้เริ่มต่อสู้กัน ซาสึเกะเคลื่อนไหวใช้ดาบและอิทาจิใช้คุไนในการป้องกัน

ซาสึเกะใช้พันปักษาลงที่พื้นทำให้อิทาจิต้องกระโดดหลบขึ้นไปบนอากาศ จากนั้นซาสึเกะก็จัดการแทงอิทาจิด้วยดาบของเขา ซาสึเกะตรึงอิทาจิไว้ที่พื้นและจะให้อิทาจิตอบคำถามของเขา แต่อิทาจิชี้ไปที่เก้าอี้หิน และ พบว่าพบกับอิทาจินั่งอยู่ ร่างอิทาจิที่ซาสึเกะแทงอยู่นั่นเป็นเพียงคาถาลวงตา และแล้วคาถาลวงตาก็หายไป

 

       อิทาจิบอกให้ซาสึเกะสามารถถามคำถามในตอนนี้ได้ ทันใดนั้นเองซาสึเกะก็เข้าไปแทงอิทาจิทางด้านหลังทะลุเก้าอี้หินนั้น เผยให้เห็นว่าร่างของซาสึเกะที่แทงคาถาลวงตาของอิทาจิอยู่นั้น ก็เป็นคาถาลวงตาของซาสึเกะเช่นกัน ซาสึเกะถามว่าใครเป็นผู้ใช้เนตรวงแหวนกระจกเงาหมื่นบุปผาเป็นคนที่สามหากเขาเบิกเนตรนี้ได้ อิทาจิตอบว่า ผู้นั้นคือ อุจิวะ มาดาระ แต่ซาสึเกะไม่เชื่อ อิทาจิบอกว่ามันเป็นสิ่งที่ซาสึเกะยึดมั่นถือมั่นไปเอง เหมือนที่ซาสึเกะเชื่อว่าอิทาจิเป็นพี่ชายที่แสนดีของเขา

ซาสึเกะนึกถึงเรื่องราวที่อิทาจิฆ่าพ่อแม่เขาและตะโกนตอบอิทาจิว่ายังไงมันก็เป็นความจริงอยู่ดี พร้อมกันนั้นเขาก็ใช้พันปักษาแทงกลับไปดันหลังสู่ร่างของพี่ชายเขาที่หนึ่งอยู่ด้านหลังเขา ร่างอิทาจิที่ซาสึเกะแทงเป็นเพียงภาพลวงตาอีกแล้ว อิทาจิถามซาสึเกะว่ายังไม่มีเนตรวงแหวนกระจกเงาหมื่นบุปผาเหมือนกับเขาใช่ไหม แต่ซาสึเกะไม่สนใจและมั่นใจในความสามารถของตน และในที่เดียวกันนั้น เซ็ทสึได้เฝ้าสังเกตการร์และออกความเห็นในการต่อสู้ครั้งนี้ว่า สองพี่น้องไม่ค่อยเคลื่อนไหวเท่าไหร่ เป็นประลองคาถาลวงตาหยั่งเชิงกันเท่านั้น

     ซาสึเกะพุ่งพันปักษาเข้าใส่ร่างจริงของอิทาจิ

อิทาจิอธิบายผลข้างเคียงของเนตรวงแหวนกระจกเงาหมื่นบุปผาให้ซาสึเกะฟัง ซาสึเกะเองก็รู้เช่นกัน ว่าผลคือการสูญเสียการมองเห็นแลกกับความสามารถที่ควบคุมจิ้งจอกเก้าหางได้ อิทาจิจึงรู้ว่าซาสึเกะได้ไปอ่านคัมภีร์ในที่ ประชุมลับของตระกูลอุจิวะที่อิทาจิเคยบอกไว้แล้ว อิทาจิเล่าถึงเรื่องราวของมาดาระและการได้มาของเนตรวงแหวนกระจกเงาหมื่นบุปผานิรันดร์ ซาสึเกะเป็นอะไหล่ของเขา และตระกูลอุจิวะต่างเข่นฆ่าเพื่อที่จะได้ซึ่งเนตรวงแหวนกระจกเงาหมื่นบุปผามาครอบครอง และการฆ่าพี่น้องเพื่อที่จะได้มีไว้ชั่วนิรันดร์

    อิทาจิเล่าว่า น้องชายของมาดาระยอมสละดวงตาให้พี่ชาย เพื่อทำให้พี่ชายของตนสามารถเบิกเนตรกระจกเงาหมื่นบุปผานิรันดร์ได้

ซาสึเกะประกาศว่าในที่สุดวันที่เขาจะทำให้บรรลุเป้าหมายก็มาถึงแล้ว เขาจะได้แก้แค้นให้กับพ่อแม่ และฆ่าอิทาจิ อิทาจิบอกซาสึเกะว่าเขาไม่มีทางทำได้ เพราะซาสึเกะไม่มีเนตรวงแหวนกระจกเงาหมื่นบุปผาเหมือนกับเขา ไม่มีทางเอาชนะเขาที่มีเนตรนี้ได้ แต่ซาสึเกะบอกว่าความเคียดแค้นของเขาจะทำให้มันเป็นจริงขึ้น การต่อสู้เริ่มต้นขึ้น ซาสึเกะและอิทาจิต่างซัดอาวุธใส่กันไปมาเหมือนห่าฝน ซาสึเกะและอิทาจิ ต่อสู้แลกกันไปมาอย่างดุเดือด

     เทพวายุ ป้องกันอิทาจิจากคาถากิเลนของซาสึเกะได้ ซาสึเกะที่หมดจักระไม่สามารถกดพลังของโอโรจิมารุได้อีก จากนั้นงูยักษ์แปดหัวได้โผล่มาปะทะเข้ากับ เทพวายุ มันเคลื่อนไหวได้เร็วมาก เทพวายุก็ได้เใช้ดาบตัดหัวของงูนั้นออก

     เทพวายุ จัดการงูยักษ์ 8 หัว อย่างง่ายดาย หัวหนึ่งของงูมีโอโรจิมารุโผล่ออกมา และขอบคุณอิทาจิที่  ทำให้ซาสึเกะอ่อนแอจนเขาสามารถออกมาจากตัวซาสึเกะได้ ยังไม่ทันที่โอโรจิมารุจะพูดจบดาบของเทพวายุก็เสียบโอโรจิมารุทะลุ แล้วก็ได้ปิดผนึกเขาไว้ตลอดกาลด้วยความสามารถของดาบสะบั้นเมรัยของเทพวายุ อิทาจิได้เดินไปข้างหน้าซาสึเกะแต่ทันใดนั่นเองก็หยุดลงและเอามือจับหน้าอกของตัวเองและกระอักเลือดออกมา

    เทพวายุของอิทาจิ ปิดผนึกโอโรจิมารุไว้ตลอดกาล อิทาจิกระอักเลือด ซาสึเกะได้ขว้างอาวุธที่เหลืออยู่ไปที่อิทาจิ แต่ก็โดนเกราะป้องกันของเทพวายุไว้หมด ซาสึเกะพบว่าตัวเองนั้นถูกตรึงอยู่ระหว่างซากหินกับเทพวายุ เขาตื่นกลัวเมื่ออิทาจิยื่นนิ้วมือที่เปื้อนเลือดทำท่าจะควักตาซาสึเกะ อิทาจิได้กระซิบพูดประโยคประโยคหนึ่งประโยคสุดท้ายแก่ซาสึเกะแต่เขาไม่ได้ยิน นิ้วมือของเขาหยุดลงและร่างกายของเขาหยุดชะงัก นิ้วมือเปื้อนเลือดถูกแตะไปที่หน้าผากของซาสึเกะ

    ใบหน้ายิ้มแย้มของอิทาจิที่พูดกับซาสึเกะก่อนตาย  ร่างของอิทาจิล้มลงข้างๆซาสึเกะ ซาสึเกะประหลาดใจที่ตนเองนั้นยังมีชีวิตอยู่ เซ็ตสึดูเหตุการณ์อยู่ ได้แปลกใจว่าอิทาจิพ่ายแพ้ได้อย่างไร ฝนเริ่มตกลงมาอีกครั้งหนึ่ง และ เลือดที่อยู่บนหน้าผากของซาสึเกะได้ไหลลงมาที่หน้าและแก้มของเขา รอยยิ้มของซาสึเกะเป็นรอยยิ้มที่เหนื่อยอ่อน เขาหลับตาลงและทรุดลงไปข้างๆ พี่ชายของเขา เขาได้แก้แค้นพี่ชายของเขาสำเร็จแล้ว

      อิทาจิตามนารุโตะมาถึงห้องพัก ซาสึเกะตามหาอิทาจิจนเจอ ก่อนที่เขาจะจัดการกับนารูโตะนั้น ซาสึเกะได้มาถึงและใช้พันปักษาตรงรี่เข้าใส่อิทาจิ แต่อิทาจิก็รับมือได้อย่างง่ายดายและเตะน้องชายของตนเข้าไปที่กำแพงใกล้ๆ และตรึงซาสึเกะไว้ที่กำแพงนั้นพร้อมกับถามน้องชายของตนว่าทำไมถึงได้อ่อนแอนัก อิทาจิต้องการยุให้ซาสึเกะเกลียดชังเขามากยิ่งขึ้น อิทาจิทำให้ซาสึเกะหวนระลึกถึงภาพเหตุการณ์ในวันนั้นวันที่เขาเห็นภาพพี่ชาย ตนยืนอยู่บนร่างที่ไร้วิญญาณของพ่อแม่ซ้ำแล้วซ้ำเล่าด้วยอ่านจันทราจิไรยะมาถึง อิทาจิไม่ต้องการที่จะสู้และการจับตัวนารุโตะยังไม่ใช่เรื่องเร่งด่วน ทั้งสองคนจึงได้ล่าถอยไปอีกครั้ง จิไรยะพยายามหยุดทั้งสองคนนั้น แต่อิทาจิก็ได้ใช้ เทวีสุริยา ซึ่งเป็นอีกหนึ่งพลังของเนตรวงแหวนกระจกเงาหมื่นบุปผา พลังอันนี้เป็นไฟสีดำที่ไม่มีวันดับและ เป็นการโจมตีทางกายภาพที่แข็งแกร่งสูงสุด

จิไรยะสะกด เปลวไฟเทวีสุริยาไว้ในคัมภีร์ หลังจากนั้นไม่กี่ปีถัดมาเขาทั้งสองคนได้ช่วยกลุ่มแสงอุษาต่อเพื่อที่จะทำ ให้จุดมุ่งหมายของกลุ่มสำเร็จผล เมื่อเดอิดาระและซาโซริจับตัวกาอาระ คิซาเมะและอิทาจิอาสาที่จะช่วยถ่วงเวลานินจาที่ตามเดอิดาระและซาโซริมาตามพวกเขา อิทาจิได้โอกาสที่สู้กับคาคาชิและนารูโตะอีกครั้ง