นารา ชิกามารุ

นารา ชิกามารุ

นารา ชิกามารุ

        นารา ชิกามารุ เป็นตัวละครในมังงะและอนิเมะซีรีส์นินจาคาถาโอ้โฮเฮะ ที่ได้รับการสร้างสรรค์โดยมะซะชิ คิชิโมะโตะ ในอนิเมะและมังงะ ชิกามารุเป็นนินจาในหมู่บ้านโคโนฮะ

        ชิกามารุ เขาเป็นสมาชิกคนหนึ่งของทีม 10 ซึ่งเป็นกลุ่มของนินจาที่ประกอบด้วยอาคิมิจิ โจจิ, ยามานากะ อิโนะ และมีผู้นำทีมชื่อซารุโทบิ อาซึมะ ซึ่งชิกามารุเป็นตัวละครที่มีนิสัยขี้เกียจ และไม่เต็มใจที่จะใช้ความฉลาดอันน่าอัศจรรย์ของเขา และได้มีการตั้งข้อสังเกตว่าคิชิโมะโตะซึ่งเป็นผู้เขียนนั้น มีความชอบต่อชิกามารุเนื่องด้วยมีนิสัยชอบความสบาย

         นอกเหนือจากอนิเมะและมังงะซีรีส์ นินจาคาถาโอ้โฮเฮะ ชิกามารุยังได้ปรากฏตัวในเวอร์ชันภาพยนตร์ถึงสี่ภาค เช่นเดียวกับสื่ออื่น ๆ อีกหลายสื่อที่เกี่ยวข้องกับซีรีส์ ซึ่งประกอบไปด้วยวิดีโอเกมและออริจินอลวิดีโอแอนิเมชัน

        มีอนิเมะและสิ่งพิมพ์มังงะมากมายที่มีความเห็นเกี่ยวกับตัวละครชิกามารุ หลายคนได้วิจารณ์เกี่ยวกับความเกียจคร้านและสติปัญญาของเขา และสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงถึงความเป็นผู้นำของเขา เว็บไซต์อนิเมะนิวส์เน็ตเวิร์คได้ยกย่องถึงวิวัฒนาการของตัวละครชิกามารุว่า “ไม่เหมือนพระเอก” ตามโครงเรื่องของนินจาคาถาโอ้โฮเฮะ

        นอกจากนี้ ชิกามารุยังเป็นตัวละครที่ได้รับความนิยมสำหรับผู้อ่านนินจาคาถาโอ้โฮเฮะเป็นอย่างมาก โดยได้อยู่ในอันดับต้น ๆ จากการสำรวจความนิยมอยู่หลายครั้ง สินค้าที่อิงจากชิกามารุที่ได้รับการเปิดตัว ประกอบด้วย แอ็กชันฟิกเกอร์, พวงกุญแจ และแผ่นแปะ

ตอนเปิดตัวชิกามารุเป็น 1 ในรุกกี้ไนน์ที่เลื่องชื่อลือชาในด้านความขี้บ่น ขี้เกียจ คำพูดติดปากของเขาคือ “น่ารำคาญ” และเป็นคนที่ขาดแรงบันดาลใจในการใช้ชีวิตสุดๆ ถึงขั้นอิจฉาก้อนเมฆที่ได้ล่องลอยไปบนท้องฟ้าอย่างอิสระเสรีเลยด้วยซ้ำ ในการสอบจูนินเขาก็มาสอบพอเป็นพิธีแต่ก็ไม่ได้คาดหวังว่าจะต้องได้เลื่อนขั้นอะไรอย่างคนอื่นเขา

ตอนสอบรอบสอง ที่ต้องชิงคัมภีร์ฟ้าและคัมภีร์ดินในป่ามรณะ ชิกามารุก็เอาแต่ซ่อนตัวในพงหญ้าไม่กล้าออกไป ต่อสู้กับศัตรูที่แข็งแกร่งกว่า ทำตัวไม่สมกับเป็นนินจาจนคนอ่านอย่างเราๆ เดาไม่ออกเลยล่ะค่ะว่าเขาจะได้กลายมาเป็นสุดยอดกุนซือในภายหลัง

ความฉลาดของชิกามารุฉายแววออกมาตั้งแต่ตอนที่สู้กับ คิน สึจิ คุโนะอิจิสาวจากโอโตะงาคุเระในรอบคัดตัว โดยอาวุธที่เธอใช้คือเข็มพิษผูกติดกับด้ายที่พอปาออกไปแล้วจะสามารถควบคุมมันได้ ในขณะที่ชิกามารุมีเพียงคาถาเงากับอาวุธนินจาธรรมดา ทว่าด้วยกลยุทธ์อันชาญฉลาด

ชิกามารุก็สามารถแก้เกมกลับมาด้วยการใช้คาถาเงาหลอกอีกฝ่ายว่าเงาของเขาเป็นเงาด้าย ทำให้เธอที่ไม่ทันระวังตัวก็พลาดจนถูกคาถาเงาเลียนแบบจับได้ก่อนจะพ่ายแพ้ไปในที่สุด

ทว่าแมตช์ที่โชว์ความเป็นอัจฉริยะของเขาให้โลกได้รับรู้คือแมตช์ที่สู้กับภรรยาในอนาคตอย่าง เทมาริ นั่นเอง ทีแรกชิกามารุถูกคนดูปาข้าวของใส่ทำเหมือน เขาเป็นแค่มวยรอง ที่ไม่น่าดูเท่าคู่กาอาระ VS ซาสึเกะ แต่พอเริ่มต่อสู้จริงๆ ชิกามารุก็ได้คิดกลยุทธ์แผนซ้อนแผนไล่ต้อนเทมาริจนอยู่หมัด

ทำเอาคนดูละสายตาออกจากการต่อสู้ไม่ได้โดยไม่รู้ตัว แม้สุดท้ายชิกามารุจะขอยอมแพ้เพราะรู้ดีว่าเขาเอาชนะเทมาริไม่ได้ก็ตาม แต่ พวกผู้คุมสอบก็ได้เล็งเห็นถึงความเยือกเย็นในการตัดสินใจและคุณสมบัติในการเป็นผู้นำ ทำให้ชิกามารุเป็นคนเดียวที่ได้รับ การเลื่อนขั้นเป็น จูนิน ในการสอบครั้งนี้

 

 

       หลังจากที่ซาสึเกะขอถอนตัวออกจากหมู่บ้านและให้ลูกสมุนของโอโรจิมารุพาออกไป ซึนาเดะก็มอบหมาย ‘ภารกิจชิงตัวซาสึเกะกลับมา’ ให้เขาในฐานะที่เป็นจูนิน ส่วนลูกทีมที่รวบรวมมาส่งๆ ก็ได้แก่ นารุโตะ, โจจิ, คิบะ และเนจิ ซึ่งชิกามารุก็วางแผนจัดแถวรูปขบวนให้เพื่อนๆ ตามความสามารถของแต่ละคนได้สมบูรณ์แบบ ทว่าแผนของเขากลับผิดพลาดเพราะฝั่งนั้นดันมีวิชาที่เก่งกาจเหนือความคาดหมาย จนต้องทิ้งเพื่อนไว้ให้กำจัดฝั่งศัตรูแบบ 1 ต่อ 1 ไปตลอดทางเพื่อให้นารุโตะที่เหลือเป็นคนสุดท้ายไล่ตามซาสึเกะไปได้ทันเวลา

แต่สุดท้ายภารกิจของชิกามารุก็ไม่สำเร็จ เพื่อนๆ บาดเจ็บและนารุโตะก็พาซาสึเกะกลับมาไม่ได้ ชิกามารุจึงรู้สึกเสียใจและโทษตัวเองว่าเพราะเขาไม่ประเมินกำลังของเพื่อนร่วมทีมให้ดี ทำให้ทุกคนต้องมาบาดเจ็บปางตายและสูญเสียความมั่นใจจนอยากเลิกเป็นนินจา แต่ก็ได้ ชิคาคุ พ่อของเขาช่วยพูดเตือนสติจนในที่สุดชิกามารุก็เข้าใจว่าการเลิกเป็นนินจาเป็นเพียงแค่การหนีปัญหา การทำครั้งหน้าให้ดีขึ้นต่างหากถึงจะเป็นการแก้ปัญหาที่แท้จริง

อีก 2 ปีให้หลังเมื่อนารุโตะกลับมาจากการฝึกวิชากับจิไรยะเขาก็พบว่าชิกามารุกลายเป็นผู้คุมสอบจูนินไปแล้ว โดยเขาต้องทำงานประสานกับเทมาริจากหมู่บ้านซึนะทำให้ทั้งคู่ค่อนข้างสนิทกัน

นอกจากนี้ชิกามารุยังได้รับภารกิจใหญ่ๆ อย่างการกำจัดคาคุซึและฮิดันจากแสงอุษา ซึ่งในระหว่างทำภารกิจ ซารุโทบิ อาซึม่า อาจารย์ประจำทีมของเขาก็ถูกฮิดันใช้เลือดสาป ทำให้ชิกามารุต้องงัดทุกอย่างที่มีทั้งวิชาและการวิเคราะห์มาช่วยอาซึม่าจนนินจาคนอื่นๆ ในทีมถึงกับอึ้งที่เขามีความสามารถมากขนาดนี้ ทว่าสุดท้ายชิกามารุก็ช่วยอาซึม่าไว้ไม่ได้

แม้จะเสียใจเจียนตายแต่เขาก็เลือกที่จะไม่จมอยู่กับมัน และ ไปแก้แค้นให้อาจารย์ที่เคารพรักได้สำเร็จ รวมถึงรับดูแลลูกสาวของอาซึม่าที่กำลังจะเกิดมาด้วย เห็นได้ชัดเลยว่าตัวละครชิกามารุเติบโตขึ้นมาอีกขั้นเพราะเขากล้าที่จะพุ่งชนกับความเจ็บปวดโดยไม่คิดหนีปัญหาอีกต่อไป

ในศึกสงครามโลกนินจาครั้งที่ 4 ชิกามารุสังกัดอยู่ในหน่วยสี่ที่ทำหน้าที่เกี่ยวกับการโจมตีระยะไกล นำทัพโดย กาอาระ ผู้เป็นทั้งแม่ทัพกองพลควบคู่ไปกับผู้บังคับบัญชาสูงสุด ด้วยความที่กาอาระงานล้นมือ เทมาริที่อยู่ในหน่วยเดียวกันจึงบอกให้ชิกามารุทำหน้าที่เป็นแม่ทัพกองพลหน่วยที่สี่แทน

โดยในศึกนี้ชิกามารุก็ใช้ทั้งสมองและความสามารถของตนในการต่อสู้กับศัตรูมากมาย บอกแผนการต่างๆ ผ่านอิโนะที่มีคาถาสื่อจิตผ่านไปถึงคนอื่นๆ ในกองทัพแทนชิคาคุพ่อของตนที่สละชีวิตไปในสงคราม เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งกำลังสำคัญที่ขาดไม่ได้ในศึกครั้งนี้เลยทีเดียว

ซึ่งหลายปีต่อมาชิกามารุก็ได้ทำอย่างที่ตนเคยตั้งมั่นเอาไว้ เขากลายเป็นที่ปรึกษาโฮคาเงะที่เต็มไปด้วยความสามารถและยืนเคียงบ่าเคียงไหล่นารุโตะได้อย่างเต็มภาคภูมิ

ด้วยความเฉลียวฉลาดอย่างเดียวคงพาชิกามารุมาถึงจุดนี้ไม่ได้ แต่เพราะเขาเป็นคนที่เรียนรู้จากความผิดพลาดและปรับปรุงพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ บวกกับความเท่และความรักเพื่อนพ้องของเขา ทำให้ชิกามารุกลายเป็นตัวละครที่คนอ่านรักและชื่นชมกันมากมายอย่างทุกวันนี้

   ในสงครามนินจา ขณะที่ชิกามารุกำลังใกล้ ตายเต็มทีเขาก็ ได้รับจักระที่เต็ม ไปด้วยความรู้สึกของนารุโตะที่ แผ่ซ่านออกมา โดยไม่รู้ตัว เพราะเจตจำนง ที่อยากจะช่วยเหลือชิกามารุมาก ทำให้ ชิกามารุได้รับรู้ ถึงความเจ็บปวดของนารุโตะ และ คิดถึงอีก ฝ่ายที่มักจะทำอะไรเกิน ตัวเพื่อ ช่วยเหลือผู้อื่นอยู่เสมอ และ เขาก็ไม่อยากให้ นารุโตะ ที่ผ่านความเจ็บปวดมา ด้วยตัวคนเดียวต้อง ไปเจอ กับ ความโดดเดี่ยวแบบนั้นอีก เพราะอย่างนั้นตอนที่นารุโตะได้เป็นโฮคาเงะตามความฝัน เขาก็อยากจะยืนเคียงข้างและเป็นที่ปรึกษาโฮคาเงะให้เอง!

 ชิกามารุมีบทปรากฏตัวครั้งแรก ในซีรีส์เมื่อครั้งที่เป็นช่วงสอบจูนิน ซึ่งเป็นการสอบรอบสองเพื่อการเลื่อนตำแหน่งนินจาที่มีขึ้นเป็นประจำทุกปี เขาเป็นส่วนหนึ่งของทีม 10 ร่วมกับอาคิมิจิ โจจิ และยามานากะ อิโนะ เขาเป็นคนที่ไม่มีความกระตือรือร้นเป็นอย่างมาก และต้องการที่จะใช้ชีวิตเลยผ่านไปโดยไม่ใช้ความพยายาม ตรงกันข้ามกับความขี้เกียจของเขา

ชิกามารุเป็นคนที่ฉลาดมาก ซารุโทบิ อาซึมะ ซึ่งเป็นครูของเขา ได้ระบุว่าระดับเชาวน์ปัญญาของชิกามารุมีเกินกว่า 200 ความสามารถของชิกามารุคือการใช้คาถาเงาเลียนแบบ (ญี่ปุ่น: 影真似の術) ซึ่งเป็นเทคนิคประจำตระกูล ที่เป็นการผสานเงาของเขาเข้ากับเงาของฝ่ายศัตรู

โดยทำให้อีกฝ่ายถูกตรึงและถูกบังคับให้เลียนแบบการเคลื่อนไหวของชิกามารุ ในฐานะที่ดำเนินเรื่องอย่างต่อเนื่อง ชิกามารุยังสามารถจัดการกับเงาของเขาได้ในรูปแบบใหม่ โดยในภาคสองของซีรีส์ ชิกามารุสามารถใช้เทคนิคเงาติดตามได้หลายเงาและสามารถยกเงาของเขาจากพื้นดินเพื่อที่จะโต้ตอบกับวัตถุทางกายภาพได้ เช่น เขาสามารถใช้เงาเลื้อยกระซวกร่างของศัตรู หรือใช้ให้พวกมันทำการซัดอาวุธออกไปได้

คาถาดาวกระจายเงาเลียนแบบ : วิชานี้ใช้คู้กับมีดจักระ ( หรือเรียกอีกอย่างว่า สนับมีด ของอาสึมะ ) เนื่องอาสึมะตายไป ชิกามารุก็เก็บมีดนี้ไว้ ผู้ใช้จะใช้จักระปล่อยเข้าไปในมีด ซึ่งมีดนี้ทำจากเหล็กพิเศษที่สามารถซับจักระได้ดี เมื่อปามีดนี้เข้าไปในเงาของศัตรู จะทำให้ศัตรูโดนวิชาเงาเลียนแบบของตนเองเข้าในทันที

     คาถาเงา วิชาเงาเลียนเเบบ : วิชานี้ต้องใช้สมาธิเป็นอย่างมากตั้งมือประสานอินคาถาเงาค้างไว้ระดับอก ผู้ใช้จะยืดเงาของตนเองพุ้งออกไปที่เงาของเป้าหมาย เมื่อสามารถเข้าไปในเงาของศัตรูได้แล้ว เป้าหมายจะโดนวิชานี้เข้าในทันที เป้าหมายจะไม่สามารถขยับตัวหรือขัดขืนได้ เมื่อเราเคลื่อนไหวแบบไหน เป้าหมายก็จะเคลื่อนไหวแบบเดียวกับเรา

คาถานินจาเงา ถอดเงา : ตั้งประสานอินคาถาเงาค้างไว่ระดับอก ผู้ใช้จะสามารถทำให้เงาของตนเองพุ้งออกมาจากเงาของตนเองได้ เงาเหล่านี้จะลักษณะเป็นเส้นสามารถพุ่งเสียบเป้าหมาย และสามารถเพิ่มจำนวนได้ แถมยังมีความคมมากจนสามารถทะลวงหินหรือเหล็กได้ง้ายๆ

     คาถาเงาพันธนาการ : ตั้งอินคาถาเงาค้างไว้ระดับอก ผู้ใช้สามารถทำให้เงาของตนเองยืดออกไปตามพื้นรัดพันร่างของเป้าหมายจนไม่สามารถขยับร่างกายได้ นอกจากนั้นยังสามารถควบคุมเงารัดคอของ เป้าหมายได้อีก